ข้อควรปฏิบัติของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ

28-5
1.ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้าเพื่อ เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า โดยมีรายละเอียด เช่น -ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจได้ว่าสินค้านั้นคืออะไร ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้เพื่อความถูกต้องในการใช้ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค -คำเตือน (ถ้ามี) -วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อนวันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น
2. ผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณของสินค้าหรือบริการ ต้องศึกษารายละเอียดอื่นๆ ของตัวสินค้าหรือบริการที่อาจไม่ระบุไว้ในโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ โดยใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นเท็จหรือเกินความจริงซึ่งก่อให้เกิดการเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่นใช้แล้วได้ผล 100 %
3.ก่อนลงนามในสัญญาต้องพิจารณาให้รอบคอบ ว่าในสัญญามีเงื่อนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรม หากผู้บริโภคสงสัยในข้อกฎหมาย หรือไม่เข้าใจ ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญ สำหรับข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภควรเก็บรักษาเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิเของตนเพื่อประกอลการร้องเรียน ข้อมูลข้างต้นคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคไม่น้อย ในการที่จะป้องกันตนเองไม่ให้ถูกผู้ประกอบธุรกิจเอาเปรียบซึ่งผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็สามารถดูแลตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งใคร

This entry was posted in เรื่องการ Shopping. Bookmark the permalink.

Comments are closed.